ตะกรุดหนังเสือแบบเปลือย มัดสายสิญจน์หัวและท้าย

เพื่อการศึกษา ตะกรุดหนังเสือแบบเปลือย มัดสายสิญจน์หัวและท้าย.
…….ตะกรุดนี้ ถ้าคนเล่นลึกๆจะรู้กันดี และชอบกันมาก เพราะดูง่าย มีเอกลักษณ์ ไม่ต้องระแวงว่าไส้ในจะเป็นอะไร ส่วนคนไม่รู้จัก ผมจะมาผ่าให้ดู ว่า หลวงพ่อเต๋ จารอะไรลงไป แต่ก่อนอื่น ต้องขอเล่าที่มาที่ไปของตะกรุดเปลือยก่อน ตะกรุดนี้ ทำในช่วงหลวงพ่อเต๋ ท่านพักรักษาตัวอยู่ที่โรงบาลเดชา ช่วงปีพ.ศ.2523-2524 เวลาท่านฉันข้าวเสร็จ ท่านจะกวักมือเรียกลูกศิษย์ ให้นำหนังเสือประมาณ 15 แผ่นมาให้ท่าน โดยท่านจารเองทุกแผ่น จารเสร็จก็เป่า เมื่อครบ 15 แผ่น ก็นั่งบริกรรม ลูบหนังเสือ อีกที เป็นอันเสร็จพิธี แล้วท่านก็จะพักผ่อน (ทำวันละ 13- 15แผ่น) จากนั้นลูกศิษย์ก็เอาไปม้วนใส่กับก้านลาน มัดสายสิญจน์ เพื่อจะนำไปถักต่อไป แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ถัก เพราะหลวงพ่อเต๋ ท่านมามรณภาพไปเสียก่อน ในปี2524 ตะกรุดเปลือยนี้ จะตกอยู่ในมือ ลูกศิษย์ที่รับใช้ท่านที่โรงบาล กับญาติโยมที่มาเยี่ยมท่าน ซะเป็นส่วนมาก.
………………………………………………………………………………………………….ส่วนคาถาที่ท่านจารลงไปนั้น ผมจะแปลให้อ่านครับ ว่า ท่านจารอะไรลงไป บรรทัดแรก ถ้าทุกท่านดูตามภาพ จะเห็นเป็นตัวหนังสือไทย อ่านว่า อม คำว่า อม ตัวนี้ เขียนด้วยภาษาไทย แต่ออกเสียงแบบเขมร อธิบายคือ เขมร “อม” ไทย “โอม” เป็นคำขึ้นต้นของการร่ายมนต์คาถานั่นเองครับ ตัวต่อมาเป็นอักขระภาษาขอม อ่านว่า พะยัค (พยัคฆ์ เสือโคร่ง) บรรทัดที่2 อ่านว่า นา ตะ ระ สิ บรรทัดที่3 อ่านว่า อะ ธิ หัง มิ บรรทัดที่4 อ่านว่า อะ นะ กะ ปิ สรุปใจความของคาถานี้ คือ คาถาสะกดวิญญาณเสือโคร่ง หรือ บรรจุหัวใจเสือโคร่ง ลงในตะกรุดนั่นเองครับ คาถานี้ไม่มีผล กับผู้ท่องอาราธนาตะกรุด เพราะใช้เสกตะกรุดแต่เพียงอย่างเดียวครับ.
Read more

โค๊ดตัวตอกเนื้อดิน

ช่วงนี้มีเรื่องถกเถียงกันว่าตัวตอกสองแบบนี้ต่างกันยังไง แบบไหนแท้แบบไหนเทียม แล้วถ้าตัวตอกด้านขวาไม่แท้แล้วทำไมส่วนประกอบอื่นๆถึงเหมือนกันได้ ทั้งยังได้ลงในหนังสือเล่มใหญ่ด้วย ออกจากวัดจริงหรือเปล่า ผมขอตอบง่ายๆแบบนี้น่ะครับ ว่าตอกทั้งสองแบบออกจากวัดสามง่ามจริงทั้งคู่จริง ๆ ครับแต่เป็นคนล่ะช่วงยุคช่วงเวลากันครับ Read more